พฤหัสบดี, 09 ก.ย. 2010

มูลค่าของเว็บไซด์

ข่าวสารวงการอสังหา

:     ผู้เข้าชม สามารถลงประกาศ ซื้อขาย บ้าน ที่ดิน เพียงสมัครสมาชิก ฟรี ในเว็บบอร์ด ของเรา

"บูราขุ" เมื่อคนจนลุกขึ้นมาสร้างเมือง PDF พิมพ์ อีเมล

?บูราขุ? เป็นกลุ่มคนที่อยู่ชั้นล่างในสังคมญี่ปุ่น ที่มีความเลื่อมล้ำทางสังคมเป็นเวลายาวนานร่วม 700ปี คนกลุ่มนี้ถูกตราว่าเป็นคนสกปรก ไม่ใช่คน แต่เดิมถูกกีดกันทั้งการทำงาน การแต่งงานและการอยู่อาศัยงาน มีอยู่ 6000 ชุมชน ประมาณสามล้านคนทั่วประเทศ

ในปี 1992 มีการรวมตัวกัน ตั้งเป็นสหพันธ์บูราขุเสรี เพื่อต่อสู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการกีดกั้น ทางสังคมและกฎหมายเป็นผลให้รัฐบาลออกกฎหมาย ?โดวา? ที่หมายถึงความเท่าเทียม คนบูราขุบางส่วนจึงมีที่ดินเป็นของตนเอง

ชาวบุราขุ ที่อะซากะ(Asaka) มีกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มากกว่าการสร้างบ้าน แต่หมายถึงการสร้างเมือง และการต่อสู้ทางชนชั้นที่น่าสนใจยิ่ง

คุณยามูโต ผู้นำบูราขุเสรี เล่าว่า ถึงแม้จะมีการรวมตัว ในปี1992 แต่ในปี 1995 รัฐบาลถึงหันมาให้ความสนใจต่อปัญหา นี้ ในตอนต้นคนบูราขุ ไม่ได้รับการศึกษา จึงคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ถูกกีดกั้นทางสังคม ใช้เวลา 40 ปีในการต่อสู้ แต่เดิมชาวบูราขุ อยู่ในสภาพชุมชนที่แย่มาก ยากจนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย และฆ่าสัตว์ ไม่มีสิทธ์แม้จะหาปลาในแม่น้ำ บ้านเรือนผุพัง มีน้ำท่วมทุกปี จึงมีปัญหาร่วมกันและคิดร่วมกันว่าควรปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งด้านการศึกษา อาชีพและบ้าน หลังจากเริ่มมีโครงการ ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษา เข้าใจว่า ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ ที่เกิดมาเป็นบูราขุ แต่เป็นเพราะรัฐบาลเพิกเฉย ดังนั้นจึงมีการรวมตัวกันทำการศึกษาอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือการศึกษาค้นหาความจริงทำให้เกิดกลุ่มที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ ทำให้กลุ่มคนตระหนักว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะการแบ่งชนชั้น และเรื่องนี้นำไปสู่การแก้ปัญหา อื่นๆ

กระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่อะซากะเริ่มจากมีการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี หลังจากนั้นเสนอทางเลือกและมาตราการต่อรัฐบาล ประสบการณ์การทำเรื่องที่อยู่อาศัย ยามูโตย้ำว่า ต้องมีการพุดคุยหาสาเหตุของปัญหาให้เจอและทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหน บ้านหรือความยากจน แล้วจึงหาทางออกร่วมกัน หากเราไม่รวมตัวกัน แล้วปล่อยให้หน่วยงานจัดให้ เพราะจะเป็นการ ?ทำลายชุมชน ? คนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นประจำควรได้สิทธิก่อน

มีการทำงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านในชุมชน มีการเชื่อมประสานนักวิชาการมาหนุนช่วยในการวางผังออกแบบการพัฒนา มีการประสานกับนักการเมืองท้องถิ่นในการหนุนช่วย

มีกระบวนการทำข้อมูลร่วมกันโดยแบ่งเป็น ข้อมูลนักวิชาการ และของคนทั้งชุมชน ท้ายสุดเห็นว่าควรมีการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน และมีการเผยแพร่ ติดประกาศในชุมชน

ในการเก็บข้อมูลของชาวบ้านควรประกอบด้วย จำนวนบ้าน/คน การศึกษา อาชีพ รายได้ สภาพบ้าน สุขภาพอนามัย ของนักวิชาการ ข้อมูลทางกฎหมาย นโยบายรัฐ ฯลฯ เป็นกระบวนการสร้างความรู้ร่วมกัน ทำให้คนในชุมชนรู้จักตัวเองก่อน เข้าใจทิศทางการพัฒนาไปในทางเดียวกันก่อน คนอื่นถึงจะมาช่วยได้

ในกระบวนการทำแผนแม่บทหรือการแปรข้อมูลเป็นผัง ให้นักวิชาการมาช่วยทำโดยชุมชนกำหนดสิ่งที่ต้องการ

เราใช้แผนและข้อมูล เป็นเครื่องต่อรองกับหน่วยงาน โดยต้องทำให้คนในชุมชนเข้าใจเหมือนกัน และต่อรองสิ่งเดียวกันไปในทางเดียวกัน

ต้องมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่นๆและมองการพัฒนาเมืองทั้งระบบ ในกรณีที่อะซากะ การริเริ่มจากชุมชน บูราขุ ส่งผลให้เกิดกระบวนการ พัฒนาทั้งเมืองโดยภาคีต่างๆของเมือง มาร่วมกันทำแผนแม่บทในการพัฒนาเมือง ทำให้มีการย้ายสถานีรถไฟขนาดใหญ่ เกิดพื้นที่ว่างพร้อมทั้งกลุ่มบูราขุ ขายที่ดินริมน้ำให้รัฐบาลท้องถิ่นทำเป็นพื้นที่สาธารณะ เกิดกองทุนที่อยู่อาศัย มีศูนย์ผู้สูงอายุหรือ คนพิการ สวนสาธารณะ สนามกีฬา ที่อยู่อาศัย โรงเรียน สถานีอนามัย โดยใช้เวลาพัฒนา 20 ปี

ที่สำคัญหลังจากมีการพัฒนาแล้ว ชุมชนได้จัดตั้งบริษัท รับบริหารจัดการดูแลอาคารต่างๆจากรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้ชุมชนมีรายได้ คนในชุมชนมีงานทำ นับว่าเป็นรูปธรรมของการพัฒนาที่ยั่งยืน และคนจนร่วมพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง

คำถาม?.บ้านที่มากว่าบ้านในเมืองไทยคืออะไร ใครตอบได้ยกมือขึ้น

 
ผู้สนับสนุน homeinthai.com
ไทยคาร์คลับ คลับรถยนต์แห่งประเทศไทย รวมรถยนต์แต่งมากที่สุดในประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคิน สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อเจ้าของธุรกิจบ้าน ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ จองโรงแรม ทุกจังหวัด ราคาถูกที่สุด คิดถึง ท๊อป ไทย ทัวร์