พฤหัสบดี, 09 ก.ย. 2010

homeinthai Poll

คุณอยากได้ที่อยู่อาศัยแบบไหน?
 

ผู้เข้าชมขณะนี้

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

มูลค่าของเว็บไซด์

ข่าวสารวงการอสังหา

ไทยรัฐ
  feedbump 28/04/2010 ธ.ก.ส.ตั้งแบงก์ชุมชนแก้ไขหนี้นอกระบบ
  feedbump 28/04/2010 ธกส.เตรียม 4.2 แสนล้านอัดฉีดภาคชนบท
  feedbump 28/04/2010 หุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับตัวลดลง4.26จุด
  feedbump 28/04/2010 ตลาดหุ้นมะกัน ไม่คึกคัก ติดลบเกือบ2%
  feedbump 28/04/2010 วิกฤตกรีซ-โปรตุเกส ดึงหุ้นสหรัฐร่วง
  feedbump 28/04/2010 บิ๊กบอสการเงินชี้โอกาสทองรับเศรษฐกิจฟื้น
  feedbump 28/04/2010 สทท.ยกธงหดเป้านักท่องเที่ยว
  feedbump 28/04/2010 ตลาดทองคำคึกคักสวนม็อบปั่นป่วน
  feedbump 28/04/2010 งบ 54 ผ่าน 2.07 ล้านล้าน
  feedbump 28/04/2010 คปภ.แจงเหตุคุมกิจการฟินันซ่า
:     ผู้เข้าชม สามารถลงประกาศ ซื้อขาย บ้าน ที่ดิน เพียงสมัครสมาชิก ฟรี ในเว็บบอร์ด ของเรา

สวน-สระน้ำ-สนามหญ้า สร้างสรรค์ให้เป็นหนึ่งเดียว PDF พิมพ์ อีเมล

วันนี้เมื่อเรามองงานสถาปัตยกรรมตะวันออกแบบพื้นถิ่นร่วมสมัย เราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการนำเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาผสมผสานในงาน ออกแบบสถาปัตยกรรม

แต่หากมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน ท่ามกลางกระแสอัน เชี่ยวกรากของงานสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ (modern architecture) และแบบสากล (international style) กำลังไหลบ่าไปสู่ทุกมุมโลก กลับมีสถาปนิกชาวศรีลังกาผู้หนึ่งกล้าที่จะพลิกโฉมแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรม

ด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมและวัสดุพื้นถิ่นรวมถึงกรรมวิธีก่อสร้างของศรีลังกาและเอเชียใต้ให้กลมกลืนเข้ากับภาษาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยแต่ละองค์ประกอบทำหน้าที่ส่งเสริมกันให้เกิดความโดดเด่นมากขึ้น จนกลายมาเป็นแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวของสถาปนิกผู้นี้

บ้านของ Geoffrey Bawa และสวนที่ Lunuganga (ปี 1948-1998) บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ตั้งอยู่ท่ามกลางความงดงาม ริมฝั่งแม่น้ำ Lunu ที่นี่เขาใช้เวลากว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตในการสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนสิ่งที่เขาเรียกว่า "the English country house and its landscaped park" ตัวบ้าน สตูดิโอ สวนสนามหญ้าขนาดใหญ่ สระน้ำ และแม่น้ำ ถูกสานเข้าด้วยกันก่อให้เกิดจินตนาการและประสบการณ์อันไม่สิ้นสุดของความไหลเวียนต่อเนื่องกันของ space ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

หมายเหตุ จากจดหมายข่าวสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย โดย วศิน ธรรมานุบาล อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
 
Glass Living in the garden PDF พิมพ์ อีเมล
 

การประยุกต์เรือนกระจกปรับมาใช้งานเป็นห้องนั่งเล่น เพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นในสไตล์ของบ้านกลางเมืองย่านสุขุมวิทได้เป็นอย่างดี เป็นอีกไอเดียที่ได้นอกจากจะใช้พื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่าแล้ว ยังทำให้บ้านได้บรรยากาศของธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

บ้านอยู่สบายที่จัดฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัวของศาสตราจารย์เกษรี ณรงค์เดช นายกสมาคมนักการบัญชี ในวันว่างอาจารย์จะชอบมุมในห้องนั่งเล่นมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะริมหน้าต่างเพราะได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ทั้งยังมีกิจกรรมร่วมกับหลานตัวน้อยบริเวณสวนด้านข้างที่ออกแบบให้มีน้ำตกได้อารมณ์ของสวนกลางเมือง

การออกแบบ glass living โดยประยุกต์จาก greenhouse หรือชื่อเรียกที่คุ้นเคย "เรือนกระจก" สำหรับปลูกต้นไม้ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ การนำบรรยากาศของเรือนต้นไม้มาไว้ในห้องนั่งเล่น จึงเป็นไอเดียที่สามารถเปิดมุมมองสวนได้มากขึ้น ให้ความรู้สึกของบ้านดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ glass living สามารถเลือกแบบเป็นหลายเหลี่ยมตามความต้องการหรือจะเลือกเป็นทรงโค้งก็ได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมเป็นทรงเหลี่ยม เนื่องจากสามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น ทั้งยังยื่นออกไปในสวนได้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในสวน

แม้บ้านเราจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองร้อน หลายคนอาจคิดไม่ถึงกับการทำ glass living ภายในบ้าน แต่การนำบางส่วนของเรือนกระจกมาผสมผสานกับห้องนั่งเล่น ทำให้เราได้บรรยากาศอีกรูปแบบภายในบ้าน แม้พื้นที่สวนจะไม่มากนัก แต่สามารถเปิดมุมมองของสวนให้กว้างแถมได้บรรยากาศสบายๆ ในมุมนั่งเล่น glass living จึงเป็นงานดีไซน์อีกทางเลือกสำหรับคนรักสวน

Story : จิรัฎฐ์อร เจียรกุล
Photograph : รัก ปลัดสิงห์
 
กั้นห้องให้สวน PDF พิมพ์ อีเมล
 
หากคิดไม่ออกว่าจะเริ่มจัดสวนอย่างไร แล้วจะตกแต่งสวนให้สวยด้วยอะไร สำหรับผู้ที่รักสวนและอยากจะลงมือลงแรงสร้างความเขียวชอุ่มให้กับบ้านด้วยตัวเอง เอาอย่างนี้แล้วกัน เราลองเริ่มตกแต่งสวยไปพร้อมๆ กับการเริ่มจัดสวนเลยแล้วกัน อย่าเพิ่งงง...! ก็กำลังจะบอกคุณผู้อ่านว่าสามารถทำได้ง่ายนิดเดียวและมีหลายวิธีที่น่าสนใจอีกด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือจินตนาการของคุณหรือคนในครอบครัวมาช่วยกันร่วมคิด ลองหลับตาหรือลืมตาแล้วเดินสำรวจบริเวณสวนของคุณดูก็ได้ โดยเริ่มจากการแบ่งพื้นที่ให้สวนนี่แหละที่สำคัญ หากมีบริเวณน้อยก็อาจแบ่งโดยทางเดินที่วาดเป็นเส้นทางคดเคี้ยว หรือพื้นที่สวนที่กว้างใหญ่มาก อาจสร้างความน่าสนใจให้สวนโดยการสร้างกำแพงบางส่วนในพื้นที่หนึ่งๆ กลายเป็นอาณาบริเวณที่แบ่งตัวออกเป็นสองส่วน หากจัดแต่งในคนละสไตล์แล้ว จะได้บรรยากาศภายในสวนเพื่อผ่อนคลายถึงสองแบบด้วยกัน ทั้งการตกแต่งในพื้นที่แบ่งต่างๆ ยังจะสร้างความน่าสนใจให้แก่สวนอีกด้วย

อีกสิ่งที่สามารถกั้นห้องให้แก่สวนได้โดยไม่รู้สึกคับแคบสำหรับผู้ที่มีบริเวณที่ไม่กว้างใหญ่นัก ลองขุดลำธารให้พาดผ่านแก่สวนดู แนวต้นไม้น้ำที่ปลุกเรียงรายไปตามลำน้ำนั้น ก็เป็นเสน่ห์สำหรับสวนที่มีสายน้ำกั้นแบ่งเป็นส่วนให้แล้ว

หากครอบครัวไหนยังตกลงไม่ได้ว่าจะจัดสวนป่าตามใจคุณพ่อ หรือจัดสวนหินผสมสวนแบบบาหลีตามใจคุณแม่แล้วล่ะก็ ได้เวลาที่จะกั้นห้องให้สวนของคุณได้แล้วล่ะค่ะ แล้วลองตกแต่งดูเผื่อว่าจะได้สถานที่พักผ่อนถึงสองแห่งยามว่างภายในบ้านคุณเอง
 
รวยริน...กลิ่นไม้หอม PDF พิมพ์ อีเมล
 
เฉลียงพักผ่อน หรือมุมพักผ่อนนอกชานบ้าน ...พื้นที่แห่งความสุขที่สมาชิกในครอบครัวใช้พักผ่อน นั่งกินลมชมสวนร่มรื่น ใช้เป็นมุมรับประทานอาหาร ไปจนถึงเป็นมุมสบายๆ ในการต้อนรับแขก

การตกแต่งพื้นที่ส่วนนี้ให้มีความร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน จึงเป็นสิ่งที่คนรักบ้านไม่ควรละเลย โดยเฉพาะการเลือกพรรณไม้หอมมาปลูกรายรอบ จะช่วยสร้างบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์...เป็น aromatherapy แบบธรรมชาติที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้จรุงใจ ให้ความสุขล้ำสำหรับการพักที่ผ่อนคลายของคุณ นี่คือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ "LAND & HOUSES NEWS" แนะนำไว้

การเลือกพรรณไม้หอมมาปลูก ก่อนอื่น ควรทำความรู้จักกับธรรมชาติของพรรณไม้นั้นๆ รวมไปถึงลักษณะของพื้นที่ที่จะปลูก โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพแสง ว่าได้รับแสงแดดช่วงเช้าหรือบ่ายหรือตลอดวัน เพื่อจะได้เลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแสงมาปลูกได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนั้น ควรศึกษาไม้หอมแต่ละชนิดว่า ส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลาใด เช่น ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน หรือหอมในช่วงเย็นถึงเช้า เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือหอมแรง

หากว่าคุณชื่นชอบไม้หอมที่มีกลิ่นหอมแรงๆ อย่างเช่น ราตรี การเวก เขี้ยวกระแต พึงรำลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรปลูกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรงไว้ด้วยกันหลายๆ ชนิด เพราะ "กลิ่นหอมจัด" ที่ประดังกันมาหลายๆ กลิ่นพร้อมกันนั้น จะกลายเป็นความหอมที่สุดจะทานทน

- พรรณไม้หอมที่เป็นไม้พุ่มเตี้ย หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง วางประดับบนพื้นเฉลียงหรือชานบ้าน อย่างเช่น มะลิ ประยงค์ พุดซ้อน บานเย็น ไม้เหล่านี้เป็นไม้ที่ชอบแสงแดด จึงควรวางกระถางให้ได้รับแสงแดดเพียงพอ

นอกจากนั้น ไม้พุ่มกึ่งเลื้อยหรือไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กบางชนิด อย่างบานบุรีหอม มะลิวัลย์ ก็สามารถปลูกในกระถางได้ แต่ควรมีไม้ให้เลื้อยพัน สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมก็คือจานรองกระถาง เพราะจะช่วยรองรับน้ำและเศษดินมิให้ไหลเปรอะพื้น เลือกรูปแบบกระถางที่สวยสะดุดตา จัดวางตำแหน่งให้รับกับมุมมองในการนั่งชมสวน

- พรรณไม้หอมที่เป็นไม้เถาเลื้อย เหมาะที่จะปลูกลงดินบริเวณที่เป็นซุ้มไม้ระแนงใกล้เฉลียง เพื่อให้เลื้อยขึ้นซุ้ม เป็นที่นั่งเล่นที่ได้ทั้งร่มเงาและกลิ่นหอม ชื่นใจ เช่น สายหยุด สายน้ำผึ้ง รสสุคนธ์ พุทธชาด สำหรับไม้เลื้อยที่เป็นเถาขนาดใหญ่ อย่าง การเวก หรือเล็บมือนาง ควรเป็นซุ้มรองรับที่แข็งแรงพอที่จะทานน้ำหนักได้ และควรหมั่นตัดแต่งเพื่อมิให้พุ่มใบมีนำหนักมากเกิน

- พรรณไม้หอมที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง พรรณไม้หอมในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นไม้กลางแจ้งที่ชอบแสงแดดจัดถึงปานกลาง เช่น ทองอุไร ลั่นทมขาว (ลีลาวดี) ลำดวน ราชาวดี เข็มขาว กระดังงา แก้ว จำปีสีนวล จำปา ปีบ พิกุล ควรปลูกลงดินโดยเลือกมุมเหมาะๆ ใกล้เฉลียง และเป็นบริเวณที่ได้แสงแดดตลอดวันหรือช่วงบ่ายถึงเย็น เพื่อให้ร่มเงากับเฉลียงนั่งเล่นและส่งกลิ่นหอมมาถึงบริเวณนี้ ส่วนพรรณไม้หอมบางชนิดที่ชอบแสงรำไร อย่างเช่น โมก นางแย้ม ควรปลูกลงดินบริเวณที่ค่อนข้างร่ม

- การดูแลพรรณไม้หอม นอกจากการดูแลให้น้ำและปุ๋ยแล้ว ควรตัดแต่งกิ่ง ลิดใบอยู่เสมอ เพราะเมื่อปลูกไปนานๆ จะออกดอกน้อยลงและดอกมีขนาดเล็กลง การตัดแต่งกิ่งลิดใบจะช่วยกระตุ้นให้ไม้หอมออกดอกตลอดทั้งปี
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 3 จาก 86
ผู้สนับสนุน homeinthai.com
ไทยคาร์คลับ คลับรถยนต์แห่งประเทศไทย รวมรถยนต์แต่งมากที่สุดในประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคิน สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อเจ้าของธุรกิจบ้าน ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ จองโรงแรม ทุกจังหวัด ราคาถูกที่สุด คิดถึง ท๊อป ไทย ทัวร์