|
การเตรียมพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำ |
|
|
|
| | นอกจากจะต้องเผื่อพื้นที่ให้เหมาะสมกับขนาดของอ่างอาบน้ำแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือ เรื่องของน้ำหนัก ตัวพื้นห้องน้ำ จะต้องแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของอ่างที่บรรจุน้ำเต็มได้ เพราะน้ำนั้นถือเป็นสิ่งที่มีน้ำ หนักมาก อาจเทียบคร่าวๆว่า 1 ลูกบาศก์เมตร เฉลี่ยแล้วหนักประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ทีเดียว ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรที่เกี่ยวกับปริมาณน้ำมากๆ ขอให้ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างก่อน จะปลอดภัยที่สุด
นอกจากนั้น คุณจะต้องกำหนดตำแหน่งท่อน้ำที่ใช้กับอ่าง หากเป็นอ่างอาบน้ำชนิดที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม เช่นอ่างระบบน้ำวน หรือระบบ JET ก็ต้องเตรียมพื้นที่สำหรับปั๊มน้ำ และต้องคำนึงถึงการดูแลซ่อมแซมโดยเตรียมช่องเปิดใต้อ่างไว้เพื่อให้การดูแลซ่อมแซมทำได้โดยสะดวก
หากห้องน้ำของคุณมีพื้นที่กว้างพอสมควร ควรเผื่อพื้นที่ สำหรับการทำบันไดเพื่อให้ก้าวขึ้นลงอ่างอาบน้ำได้สะดวก รวมถึงพื้นที่สำหรับทำเป็นบ่าหรือชั้นวางของรอบอ่างอาบน้ำ เพื่อให้พื้นที่รอบอ่างดูกว้างขึ้น และใช้วางข้าวของหยิบฉวยได้สะดวกยิ่งขึ้น
กรณีที่เป็นการปรับปรุงห้องน้ำเดิม เพื่อติดตั้งอ่างอาบน้ำขึ้นมาใหม่นั้น ปัญหามีอยู่ที่เราไม่สามารถวางท่อน้ำใต้พื้นได้ เพราะจะต้องทุบต้องรื้อกันขนานใหญ่ ก็อาจแก้สถานการณ์ได้โดยยกอ่างอาบน้ำขึ้น และวางระบบท่อให้อยู่บนพื้นแทน ปิดขอบอ่างน้ำทำเป็นขั้นบันได หรือพื้น ต่างระดับ ซึ่งก็ช่วยให้ความสะดวกสบายในการก้าวขึ้นลง และยังดูเป็นลีลาการออกแบบตกแต่งห้องน้ำไปในตัว ทำให้ห้องน้ำดูน่าสนใจขึ้นได้ไม่น้อยเช่นกัน
วัสดุของอ่างอาบน้ำ
วัสดุที่ใช้ในการทำอ่างอาบน้ำ มีหลายชนิดในท้องตลาด ทั้งแบบเหล็กหล่อเคลือบสี และวัสดุสังเคราะห์ ได้แก่ ไฟเบอร์กลาส (fiberglass) และอะครีลิก (Acrylic) อ่างอาบน้ำส่วนใหญ่ในปัจจุบันผลิตจากแผ่นอะครีลิกและไฟเบอร์กลาส เพราะมีขนาดเบา ทนทานต่อการใช้งาน ดูแลรักษาง่าย และเก็บความอุ่นของน้ำได้ดีกว่าวัสดุประเภทอื่น มีสีสันเงางาม และมีหลายสีหลายขนาดและรูปร่างให้เลือก ทั้งรูปรี รูปกลม สามารถใช้สว่านเจาะติดตั้งก๊อกน้ำตามแบบที่ต้องการได้ง่ายกว่า
นอกจากนั้น ยังมีอ่างอาบน้ำบางประเภทที่ทำด้วยหินอ่อน และเคลือบผิวด้วยอะครีลิกเพื่อความคงทนถาวร และอ่างอาบน้ำแบบที่ก่อขึ้นเอง และกรุด้วยกระเบื้องเซรามิก หรือกระเบื้องโมเสคชิ้นเล็กๆ ในสไตล์แบบโรมัน
การเลือกสีอ่างอาบน้ำ
แม้ว่าอ่างอาบน้ำจะมีหลายสีให้เลือก แต่โดยทั่วไป สีของอ่างอาบน้ำควรเลือกสีอ่อน เช่น สีครีม สีฟ้าอ่อน สีเทาอ่อน สีงาช้าง หรือสี almond เพื่อให้ดูสะอาด และสบายตา ดูไม่เบื่อง่าย และยังช่วยพรางตา ไม่ให้เห็นคราบน้ำคราบสบู่ได้ชัดเจน สีพิเศษที่เป็นสีมืด เช่น Navy Blue หรือ Raspberry โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีดำนั้น แม้จะดูโฉบเฉี่ยวดี แต่ดูแลรักษาลำบาก เพราะสีที่มืดนั้น เมื่อเวลาโดนคราบสบู่คราบน้ำเกาะ จะเห็นได้ชัดเจน
|
|
|
|
| | การกำหนดตำแหน่งอ่างอาบน้ำนั้น จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ให้ความสะดวกสบาย ไม่เกะกะกีดขวางบริเวณทางเดินในห้องน้ำ โดยทั่วไป มักจะวางชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง และมักให้อยู่ติดกับห้องอาบน้ำเพื่อที่หลังการนอนแช่น้ำแล้ว ก็สามารถเข้าห้องอาบน้ำเพื่อชำระคราบสบู่ล้างตัวได้ต่อเนื่องกัน
ในกรณีที่เป็นอ่างอาบน้ำแบบพิเศษ* เช่น อ่างระบบน้ำวน บางท่านก็อาจชอบจัดวางอ่างให้อยู่บริเวณกลางห้องเพื่อสร้างเป็นจุดเด่นดูสวยสง่างาม หรือให้มีหน้าต่างบานใหญ่ หรือประตูระเบียงอยู่ติดอ่างอาบน้ำ โดยจัดบริเวณระเบียงที่ติดห้องน้ำให้เป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก เพื่อสร้างทัศนียภาพอันรื่นรมย์ในการนอนแช่น้ำในอ่าง
อ่างอาบน้ำแบบพิเศษ อ่างอาบน้ำแบบพิเศษ เช่น อ่างที่ใช้ระบบน้ำวน หรือ whirlpool นั้น ปัจจุบันได้รับความนิยมกันมากพอสมควร ลักษณะการทำงานของระบบก็คือ น้ำจะถูกปั๊มจากตัวอ่างอาบน้ำเพื่อให้ผสมกับอากาศ และถูกฉีดกลับไปที่อ่างอาบน้ำอีกครั้ง วัตถุประสงค์ก็เพื่อเน้นการนวดตัวด้วยแรงน้ำ มากกว่าจะเน้นเรื่องการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย ดังนั้น เมื่อคิดจะติดตั้งอ่างอาบน้ำประเภทนี้ จึงควรมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำฝักบัวเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดก่อนใช้อ่างประเภทนี้
โดยทั่วไป อ่างระบบ whirlpool จะมีหัวฉีดสำหรับพ่นน้ำติดอยู่ที่ตัวอ่าง สามารถเลือกขนาดตามความพอใจ เช่น ถ้าเลือกหัวฉีดขนาดใหญ่ แรงดันน้ำก็จะนุ่มนวล ถ้าเลือกหัวฉีดขนาดเล็ก ก็จะทำให้แรงดันน้ำสูง น้ำจะแรงเหมาะกับการนวดในตอนอาบน้ำ ตัวมอเตอร์ของอ่างประเภทนี้มักจะอยู่แถบตอนปลายของตัวอ่าง ซึ่งเราต้องคำนึงถึงความสะดวกในการซ่อมแซมด้วย โดยทั่วไป จึงมักออกแบบให้มีประตูบานเปิดเล็กๆ สำหรับดูแลซ่อมแซมมอเตอร์นี้ได้บริเวณปลายของตัวอ่างหรือไม่ก็ที่ขอบด้านข้างของตัวอ่าง
ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เนื่องจากระบบนี้จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้า เราจึงควรติดตั้งสวิทช์นิรภัย (Safety switch) ที่สามารถปิดเปิดเครื่องได้ขณะที่เราอยู่ในอ่างอาบน้ำ
|
|
|
| | สไตล์โมเดิร์น (Modern)
ห้องน้ำส่วนใหญ่ที่เล็งถึงการใช้งานเป็นหลัก จะถูกจัดให้เป็นสไตล์โมเดิร์น ส่วนใหญ่แล้ว สไตล์โมเดิร์นจะเน้นลักษณะที่เรียบง่าย ใช้มุมฉากของส่วนต่างๆของห้องน้ำเป็นรูปแบบของห้องน้ำ และมีการใช้วัสดุที่ดูทันสมัย เช่น อิฐแก้ว กระเบื้องเซรามิคเล่นลายกราฟฟิค อุปกรณ์ภายในห้องน้ำจะเน้นพวกสเตนเลสมันวาว |
|
| | สไตล์คลาสสิก (Classic)
มักใช้กับห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ มีรูปแบบที่สะท้อนออกในลักษณะที่อาบน้ำแบบโรมัน (Roman Bath) ภายในห้องน้ำกรุด้วยหินอ่อนหรือหินแกรนิตหรู สุขภัณฑ์มีขนาดใหญ่ สามารถใช้พื้นที่ห้องน้ำได้มาก อุปกรณ์ภายในห้องน้ำ เช่น ก๊อกน้ำ มือจับต่างๆจะเน้นสีทองมันวาว การตกแต่งห้องน้ำ สามารถตกแต่งด้วยเสากลมแบบโรมัน และวัสดุตกแต่งแบบคลาสสิก
สไตล์ตะวันออก (Oriental)
เป็นรูปแบบการตกแต่งห้องน้ำที่สะท้อนถึงลักษณะของห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่น ห้องน้ำจะถูกออกแบบให้ดูเรียบง่าย สมถะ แบบแนวปรัชญาของเซน เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน ผนังกรุกระจกฝ้าเลียนแบบฝาที่กรุกระดาษแบบบ้านญี่ปุ่น ดีไซน์มีการเล่นกับการใช้เส้นตารางในสไตล์ญี่ปุ่น ในบางครั้ง จะออกแบบให้มีหน้าต่างหรือประตูที่เปิดออกไปสู่สวนแบบตะวันออกที่ระเบียงส่วนตัวด้านนอกได้ด้วย คล้ายกับสถานตากอากาศอาบน้ำแร่ในประเทศญี่ปุ่น
สไตล์ธรรมชาติ (Natural)
เป็นสไตล์การแต่งห้องน้ำที่ให้ความรู้สึกแบบชนบทหรือเป็นสไตล์ธรรมชาติ มีการออกแบบให้มีสวนในห้องน้ำ ใช้ไม้ คอนกรีต ปูนหยาบ ควบคุมการใช้สีในการตกแต่ง ตัวห้องน้ำดูไม่รกรุงรัง แต่ดูน่าสนใจ สุขภัณฑ์จะเน้นการใช้งานเป็นหลัก และกลมกลืนไปกับส่วนต่างๆของห้อง หากต้องการจะประดับผนังด้วยภาพ ก็จะใช้กรอบรูปที่เป็นไม้ ภาพที่ใช้ตกแต่งอาจเลือกใช้ภาพศิลปะพื้นเมือง (tribal art)
| | สไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau)
รูปแบบของห้องน้ำจะใช้เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ลักษณะสุขภัณฑ์จะเป็นรูปแบบเส้นโค้ง หรือรูปไข่ สุขภัณฑ์อาจเลือกใช้เซรามิคแบบพื้นๆ โดยมากจะใช้สีที่ค่อนข้างหม่น รวมทั้งอาจมีการประดับตกแต่งด้วยเปลือกหอยและต้นไม้
|
|
| | สไตล์วิคตอเรียน (Victorian)
เป็นห้องน้ำที่มีการตกแต่งด้วยผ้าลายดอกไม้ ภาพเขียน การจัดสุขภัณฑ์จะจัดให้ดูคล้ายเป็นเครื่องเรือน หากมีอ่างอาบน้ำ ก็จะใช้รูปแบบอ่างประเภทที่มีขาตั้งด้วยตัวของมันเอง เป็นสุขภัณฑ์แบบลอยตัว หรือ free-standing ม่านหน้าต่างจะเป็นผ้าลายดอกไม้ หรือไม่ก็เป็นมู่ลี่สีขาว
|
|
|
|
|
| | พูดถึงเรื่องสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ ทุกวันนี้ เรามักจะพบว่า สไตล์การตกแต่งห้องน้ำนั้นค่อนข้างหลากหลาย และมีไม่น้อยที่ใช้สไตล์ปะปนกัน ยากที่จะระบุเจาะจงลงไปว่าเป็นสไตล์นั้นสไตล์นี้ชัดเจน ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงในด้านการใช้งานเป็นหลักมากกว่า
อย่างไรก็ตาม คุณที่กำลังวางแผนจะทำห้องน้ำสวยถูกใจสักห้อง ก็คงอยากจะให้ห้องน้ำของคุณสวยอย่างมีสไตล์ มีหลักการแต่งและการเลือกวัสดุที่เหมาะสมกลมกลืนกับสไตล์ที่เลือก ไม่ให้แต่งออกมาแล้วดูประดักประเดิดไม่ลงตัว |
|
|
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 10 จาก 86 |